ชุมพร-นอนรอคลอดจนน้ำคล่ำแตกไร้ดูแลกัดฟันคลานลงเตียงเรียกหมอ-พยาบาลสุดท้ายลูกตาย
หดหู่หญิงนอนรอห้องคลอดรพ.รัฐไร้หมอพยาบาลดูแลจนน้ำคล่ำแตกกัดฟันคลานลงจากเตียงเปิดประตูเรียงสามีตามหมอสุดท้ายลูกสาวน่าตาน่ารักไม่ทันเห็นหน้าพ่อแม่วันเดียวเสียชีวิต แพทย์ร.พ.ใหญ่ประจำจังหวัดช่วยไม่ทัน
สามีวัยใสร้องสื่อขอความเป็นธรรมกรณีโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ปฏิเสธไม่ส่งตัวภรรยาไปทำคลอดโรงพยาบาลรัฐในตัวจังหวัดชุมพรและติดใจการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลดังกล่าว สุดท้ายทำให้บุตรสาวที่คลอดออกมามีร่างกายสมบูรณ์น่าตาน่ารักต้องจบชีวิตด้วยวัยเพียง 1 วันเท่านั้นและยังไม่ลืมตาเห็นหน้าพ่อแม่ด้วยซ้ำ พ่อไม่ทนขึ้นโรงพักทั้งน้ำตาแจ้งความสภ.บ้านมาบอำมฤต โรงพยาบาลพกพร่องต่อหน้าที่พร้อมดำเนินคดีถึงที่สุด ลั่น!นี่ลูกผมไม่ใช่ลูกหมา
อึ้ง! ผู้บริหารโรงพยาบาลเร่งให้ญาติเผาร่างก่อนพยายามไกล่เกลี่ยให้ถอนแจ้งความ
เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยเมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง บ้านที่ หมู่ 5 ตำบลดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ตามที่ได้รับแจ้ง พบ น.ส.แพรวา (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และนายไพฑูรณ์ อายุ 41 ปี พ่อสามีน.ส.แพรวา ซึ่งทั้งสองคนอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียบุตรสาวอายุเพียง 1 วัน
ขณะเดียวนายพิสิษฐ์พงษ์ หรือ ภู อายุ 19 ปี สามี น.ส.แพรวา ขับรถจักรยานยนต์เข้ามา โดยพาร่างบุตรสาววัย 1 วัน ห่อหุ้มด้วยผ้ายางพลาสติกของโรงพยาบาลกลับมาบ้านด้วย ซึ่งมีน.ส.เกศรินทร์ นั่งซ้อนท้ายจักรยานยนต์หอบสัมภาระพะรุงพะรัง เมื่อน.ส.แพรวา ผู้เป็นแม่เห็นร่างลูกสาวถึงกับร้องให้โฮน้ำตาไหลอาบแก้ม ขณะที่ญาติๆคนอื่นๆต้องปลอบและให้กำลังใจ
ต่อมานายพิสิษฐ์พงษ์ฯและญาติได้พาร่างเด็กหญิงไปยังศาลาการเปรียญวัดถ้ำพรุตะเคียนห่างจากบ้านประมาณ 3-4 กม.เพื่อเตรียมตั้งสวดอภิธรรมศพ หลังจากนั้นจะเก็บบรรจุศพไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม
โดยสองสามีภรรยา เล่าถึงสาเหตุการณ์เสียชีวิตของบุตรสาวว่า น.ส.แพรวา ได้ตั้งครรภ์โดยครั้งแรกไปฝากครรภ์ที่ ร.พ.บางสะพานใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และต่อมา เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2568 ได้มาพักอาศัย อยู่ที่ บ้านที่ ม.5 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร และน.ส.แพรวาฯ ให้ย้ายมาฝากครรภ์ที่ ร.พ ประจำอำเภอ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569 และไปตรวจครรภ์ที่ ร.พ. ประจำอำเภอ เมื่อวันที่ 18 ก.พ.69 ต่อมา ร.พ. ได้ทำเรื่องส่งตัว น.ส.แพรวาฯไปร.พ.ประจำจังหวัด เมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 และต่อมา ร.พ.ประจำจังหวัด ได้มานัดตรวจ วันที่ 23 ก.พ.69 ซึ่งครั้งนี้ แพทย์ แจ้งว่า จะครบกำหนดคลอดในวันที่ 26 ก.พ.69
แต่ถ้ามีอาการปวดท้องก่อนกำหนดคลอดให้ไปพบแพทย์ที่ ร.พ.ประจำอำเภอ ใกล้บ้าน เพื่อให้ส่งตัวไป ร.พ. ประจำจังหวัด ทันที ต่อมาวันที่ 25 ก.พ.69 เวลาประมาณ 05.40 น. น.ส.แพรวาฯ มีอาการปวดครรภ์ ตนเองได้พา น.ส.แพรวา ภรรยา มาที่ รพ. ประจำอำเภอ เพื่อให้ ร.พ ประจำอำเภอ จะได้ทำเรื่องส่ง รพ.ประจำจังหวัด ตามที่แพทย์ร.พ.สั่ง แต่เจ้าหน้าที่ให้นอนรอบนเตียงภายในห้องคลอดตั้งแต่ประมาณ 06.00 น.
จนถึงเวลาประมาณ 08.30 น.ภรรยาน้ำคล่ำแตก จึงตะเกียกตะกายคลานลงจากเตียงเปิดประตูห้องคลอดเรียกนายพิสิษฐ์พงษ์ฯให้ตามหมอพยาบาล และได้คลอดบุตรหญิงที่ ร.พ. ประจำอำเภอ โดยไม่ส่งตัวไป ร.พ.ประจำจังหวัด พร้อมกับอ้างว่าถ้ามาที่ ร.พ. ประจำอำเภอแล้ว จะไม่ส่งตัวไป รพ. ประจำจังหวัด
ต่อมาได้รับแจ้งว่าเมื่อคลอดมาแล้วเด็กไม่มีอาการตอบสนองขาดออกซิเจนหยุดหายใจ แพทย์และพยาบาลได้ช่วยปั๊มหัวใจและให้ออกซิเจนจนเด็กมีอาการตอบสนอง จึงได้นำส่ง รพ.ประจำจังหวัด ถึงเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 25 ก.พ.69 โดยเด็กพักอยู่ที่ หออภิบาลทารกแรกเกิด จนกระทั่งวันที่ 26 ก.พ.69 เวลา 07.46 น.บุตรหญิงของผู้แจ้ง ก็ได้เสียชีวิตโดยแพทย์ ร.พ.ประจำจังหวัด ระบุสาเหตุการตายว่า “ปอดติดเชื้อจากสำลักขี้เทา”
ตามหนังสือรับรองการตายของแพทย์ รพ.ประจำจังหวัด ลงวันที่ 26 ก.พ.69 ซึ่งตนเองและญาติติดใจในเรื่องที่ ร.พ.ประจำอำเภอ ปฏิเสธไม่ส่งตัว น.ส.แพรวาฯ ภรรยาตนไป รพ.ประจำจังหวัด ทำให้ต้องสูญเสียบุตรสาวไป ก่อนออกมาสู่โลกภายนอกเพียงวันเดียว จึงเดินทางไปสภ.บ้านมาบอำมฤต เพื่อแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
แม่และพ่อเด็ก เผยอีกว่า ผลจากการตรวจและฝากครรภ์ที่ผ่านมาเด็กมีสุขภาพแข็งแรงดีไม่มีสิ่งผิดปกติ และทราบภายหลังจากอัลตราซาวด์ที่โรงพยาบาลชุมพรฯ
พบว่ามีสายสะดือพันเด็กสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นต้นเหตุของการขาดอากาศหายใจด้วย หลังจากเด็กมีปัญหาทางผู้บริหารโรงพยาบาลได้เรียกพ่อเด็กเข้าไปพูดคุยและพยายามกล่าวหาว่าแม่เด็กต้องการคลอดที่โรงพยาบาล ประจำอำเภอ ไม่ใช่ความผิดของโรงพยาบาล
พ่อเด็ก เผยอีกว่า หลังจากเด็กเสียชีวิตทางผู้บริหารโรงพยาบาลประจำอำเภอ ทราบว่าถูกแจ้งความดำเนินคดี พยามพูดจากหว่านล้อมให้ครอบครัวของตนรีบเผาร่างบุตรชายตนและให้ไปยินยอมถอนแจ้งความที่ สภ.บ้านมาบอำมฤต แต่ตนและญาติไม่ยอมและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด “เพราะนี่ลูกผมทั้งคนไม่ใช่ลูกหมา เด็กมีพ่อมีแม่” ผู้เสียหายกล่าว
ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังรอการชี้แจงจากผู้บริหารโรงพยาบาลประจำอำเภอ แต่อย่างใด ด้วยสาเหตุใดที่ไม่ส่งแม่เด็กไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีบุคลกรทางการแพทย์และอุปกรณ์ที่ดีกว่า และยังติดใจของผู้เสียหายถึงการเอาใจใส่คนไข้ของบุคคลกรทางการแพทย์อีกด้วย
..................................................................
/////เอกชนะ นวนละมัย ข่าวภูมิภาคจ.ชุมพร098-9515199
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น