!!!ดาวใต้นิวส์ออนไลน์!!! ชุมพร-พี่สาวเชื่อแฟนหนุ่มน้องสาวจัดฉากผูกคอหวังปลิดชีพหลังทะเลาะรุนแรงรอดช่วยทันแต่สมองขาดออกซิเจนนอนป่วยติดเตียงนับปี คดียังไม่คืบตร.บอกรอให้พูดได้ก่อน ส่วนแฟนหนุ่มหายตัวติดต่อไม่ได้
07-02-68 ชุมพร-พี่สาวเชื่อแฟนหนุ่มน้องสาวจัดฉากผูกคอหวังปลิดชีพหลังทะเลาะรุนแรงรอดช่วยทันแต่สมองขาดออกซิเจนนอนป่วยติดเตียงนับปี คดียังไม่คืบตร.บอกรอให้พูดได้ก่อน ส่วนแฟนหนุ่มหายตัวติดต่อไม่ได้
พี่สาวผู้ป่วย เปิดเผยอีกว่า ระยะเวลาที่น้องสาวนอนรักษาตัวอยู่ ด้านนายพงศทร หรือตูน แฟนหนุ่มของน้องสาวดูแล้วไม่ค่อยเป็นห่วงเป็นใยมาเยี่ยมประมาณ 5 นาทีก็กลับแล้วใช้ชีวิตปกติเพราะได้ยินจากคำบอกเล่าจากเพื่อนน้องสาว
นายตูนแฟนน้องสาว บอกว่าวันเกิดเหตุทะเลาะกันแต่ไม่ได้บอกว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร แฟนน้องสาวอ้างว่าได้คุยกับน้องสาวแล้วบอกว่าน้องสาวจะผูกคอ พอมาถึงน้องสาวก็ผูกคอแล้ว หลังจากเกิดเหตุด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หนองปรือลงตรวจสอบเบื้องต้นไม่เชื่อคำให้การของนายพงศทรหรือตูน เพราะเหตุการณ์มีความขัดแย้งกัน ตนเชื่อว่าฝั่งผู้ชายทำร้ายและน่าจะจัดฉากว่าแฟนสาวผูกคอตัวเอง เพราะน้องสาวเป็นคนขี้กลัว จากคำบอกเล่าของเพื่อนน้องสาวบอกว่าทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อย น้องสาวยังเคยถูกนายตูนแฟนหนุ่นปล่อยข้างถนนช่วง ตี 2 ตี3 ทำให้เพื่อนๆต้องไปรับกลับเพราะเกรงอันตราย และยังเคยตั้งใจขับรถเหยียบเท้าก็มีคบกันเค่เดือนกว่าๆไม่น่าจะทำกันถึงขนาดนี้ แต่เหตุการณ์ต่างๆน้องสาวไม่เคยเล่าให้ฟัง
ตนทราบว่า นายตูน ทำงานเป็นการ์ดในผับมีนายเป็นตำรวจ ได้เรียกร้องความเป็นธรรมให้ความจริงปรากฏความเชื่อส่วนตัวน้องไม่ทำตัวเองแน่นอน น้องสาวมีบาดแผลบริเวณรักแร้ และลำคอผิวหนังขาดเป็นรอยเชือกผูก เชื่อเป็นการจัดฉากของแฟนน้องสาว เพราะตอนเกิดเหตุบริเวณที่น้องสาวนอนหายใจโรยรินขณะที่กู้ภัยไปถึงเห็นในคลิปที่แฟนน้องสาวยืนถ่ายคลิปไม่มีเชือก แต่จู่ๆมีผูกให้เห็นบริเวณราวกั้นบันใด เหมือนกับว่าเอาเชือกมาผูกทีหลัง
ฝั่งผู้ชายไม่เคยมาเหลียวแลปิดช่องทางติดต่อทั้งหมด ส่วนคดีทางตำรวจบอกว่า “ให้น้องสาวพูดได้ก่อนถึงจะรับแจ้ง”หรือถ้าน้องสาวพูดได้ให้อัดคลิปส่งให้ตำรวจ หลังเกิดเหตุเพียงแค่ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 6 ม.ค.67
ทางด้านนางหนูชีพ แม่ของน.ส.ภัทราพร เล่าให้ฟัง หลังเกิดเหตุ วันที่ 6 ม.ค.67 แพทย์ที่โรงพยาบาลแนะนำให้ไปแจ้งความ แต่เมื่อไปถึงสภ.เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งจึงกลับมาอีกครั้งพร้อมทนายฯ ทนายบอกว่าถ้าไม่รับแจ้งจะพานักข่าวมาด้วยจึงรับแจ้งความ แต่ลงแค่บันทึกประจำวันไว้ จนวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร รอให้พูดได้ก่อน ผ่านมาเป็นปีแล้วลูกสาวยังพูดไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร
อยากให้แฟนหนุ่มมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายตั้งแต่ลูกสาวล้มป่วยติดเตียงหมดเงินกว่า1 ล้านบาท ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ลูกสาวกลับมาเป็นปกติ ติดต่อผู้ชายไม่ได้อยากเรียกร้องความเป็นธรรมที่ลูกสาวเป็นอย่างนี้เพราะผู้ชายคนนั้น ก่อนเกิดเหตุลูกสาวโทรศัพท์บอกว่าอยากกลับบ้านผู้ชายคนนี้นิสัยโหดเหี้ยมโหดร้ายมาก แต่ไม่ทันได้กลับ
ผู้เป็นแม่เล่าอีกว่า วันเกิดเหตุเพื่อนลูกสาวบอกว่าจะทำอาหารกินกันที่ห้องพักแต่ไม่ทันได้กิน แฟนหนุ่มของลูกสาวอาละวาทคว่ำจานเทอาหารทิ้งหมดแล้วไล่เพื่อนลูกสาวกลับบ้านให้หมดถ้าไม่กลับจะถูกทำร้ายด้วย เพื่อนมารู้ทีหลังว่ากระแตคือลูกสาวอยู่ห้องไอซียูแล้ว
ต่อมาน.ส.จีรดา ธรรมาภิมุ พม.จ.ชุมพร เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมเปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวจากสื่ออนไลน์(โหนกระแส) จึงลงพื้นที่มาดูกรณีน้องกระแตถูกทำร้ายร่างกายซึ่งทราบในข่าวว่าคดียังไม่คืบหน้า ในส่วนของภารกิจ ของกระทรวงพม.ดูในเรื่องของความรุนแรงในครอบครัว และเรื่องคนพิการ ในส่วนเคสนี้น้องเป็นผู้ป่วยติดเตียง มีบัตรและรับเบี้ยคนพิการเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องของคดีความทางพม.จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่จ.ชลบุรีเพื่อขอข้อมูลประเด็นความเป็นมาดูแลคดีความตามกฎหมายต่อไป”
สำหรับนายพงศทร หรือตูน แฟนหนุ่มน.ส.ภัทราพร หรือกระแต ทราบคร่าวๆว่าเดิมเป็นชาวนครศรีธรรมราชพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก ตูนเลยไปใช้ชีวิตและทำงานที่พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อประมาณเดือนกว่าๆตูนเจอกับน้องกระแต ขณะที่กระแตทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งจนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
............................................
////// เอกชนะ นวนละมัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดชุมพร/รายงาน















ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น